วิธีตรวจสอบ วัสดุไฟฟ้า แท้ vs ปลอม ก่อนซื้อใช้งาน
อัพเดทล่าสุด: 5 มี.ค. 2026
47 ผู้เข้าชม

สำหรับทุกท่านที่กำลังวางแผนจะซื้อหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสายไฟ เบรกเกอร์ ปลั๊กไฟ หรือแม้แต่สวิตช์ต่าง ๆ จะต้องดูให้ดีมาก ๆ เลย เพราะเรื่องไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องที่เราจะสามารถเสี่ยงหรือประหยัดเงินในทางที่ผิดได้เลย ยิ่งในปัจจุบันเราคงได้ยินข่าวสินค้าของปลอมและเลียนแบบเยอะมาก การเลือกใช้วัสดุไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเป็นของปลอม คือการที่คุณกำลังนำภัยเงียบเข้ามาสู่บ้านโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงอย่างไฟฟ้าลัดวงจรและเพลิงไหม้ได้ในที่สุด
วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการตรวจสอบวัสดุไฟฟ้าอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าสินค้าที่คุณกำลังจะซื้อนั้นเป็นของแท้ ได้มาตรฐาน และปลอดภัยอย่างแน่นอน
มาทำความเข้าใจภัยร้ายที่มาพร้อมกับวัสดุไฟฟ้าปลอมกันก่อน
ก่อนที่เราจะไปดูขั้นตอนการตรวจสอบ เรามาดูกันก่อนว่าวัสดุไฟฟ้าของปลอมเหล่านั้นอันตรายถึงชีวิตและทรัพย์สินของเราแค่ไหน เพื่อให้เราตระหนักถึงความสำคัญในการเลือกซื้อให้มากขึ้น
1. ความเสี่ยงที่นำไปสู่เพลิงไหม้
• สายไฟเป็นส่วนสำคัญของระบบไฟฟ้า แต่ของปลอมมักลดสเปก ใช้ทองแดงคุณภาพต่ำหรือรีไซเคิล ทำให้การนำไฟฟ้าแย่ พอใช้กระแสสูงก็ร้อนสะสมจนฉนวนละลาย เกิดลัดวงจรและเสี่ยงไฟไหม้ได้
• เบรกเกอร์มีหน้าที่ตัดไฟเมื่อเกิดความผิดปกติ แต่เบรกเกอร์ปลอมมักใช้วัสดุไม่ทนทานและกลไกไม่แม่นยำ ทำให้เมื่อลัดวงจรอาจไม่ตัดหรือช้าเกินไป ส่งผลให้กระแสไหลต่อเนื่องและเกิดความเสียหายรุนแรงต่ออุปกรณ์และอาคาร
2. ความเสี่ยงด้านไฟฟ้าช็อตและไฟดูด
• เต้าเสียบปลอมมักใช้พลาสติกเกรดต่ำ ไม่ทนความร้อนและแตกง่าย ทำให้ส่วนที่มีไฟฟ้าเสี่ยงโผล่ออกมาจนเกิดไฟดูดได้ อีกทั้งขั้วสัมผัสมักเป็นโลหะคุณภาพต่ำ ทำให้หลวมง่ายและเกิดประกายไฟหรือความร้อนสะสม
• อุปกรณ์ปลอมมักใช้ฉนวนบางและไม่ผ่านมาตรฐาน ทำให้กระแสไฟรั่วออกมาสัมผัสโครงโลหะได้ง่าย เพิ่มความเสี่ยงไฟฟ้าช็อตอย่างมากเลยล่ะ
วิธีตรวจสอบวัสดุไฟฟ้าว่าเป็นของแท้หรือปลอมกันแน่
เมื่อเราเห็นถึงอันตรายจากการใช้วัสดุไฟฟ้าของปลอมกันแล้ว คราวนี้เรามาดูวิธีการดูและข้อสังเกตว่า สินค้าที่เรากำลังตัดสินใจซื้อเป็นของแท้ที่ได้มาตรฐานหรือว่าเป็นของปลอมกันแน่กันต่อเลย ซึ่งหลัก ๆ ก็สามารถดูได้หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
1. ดูว่าวัสดุไฟฟ้าได้รับมาตรฐาน มอก. และข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือไม่
เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. คือสิ่งแรกและเป็นหัวใจสำคัญที่คุณต้องมองหา เพราะเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยตามมาตรฐานของประเทศไทยแล้ว ดังนั้นควรตรวจสอบให้ละเอียดด้วย
เริ่มจากการดูเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
• ความคมชัดและตำแหน่งของเครื่องหมาย ต้องปรากฏอยู่บนตัวผลิตภัณฑ์ หรือบนบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน ตัวอักษรและสัญลักษณ์ต้องคมชัด ไม่เบลอ ไม่เลือน หรือมีรอยพิมพ์ทับ ของปลอมมักจะพิมพ์ มอก. แบบจาง ๆ หรือใช้วิธีการติดสติกเกอร์ที่ดูไม่น่าเชื่อถือ
• ใต้หรือข้างเครื่องหมาย มอก. จะต้องมีหมายเลขมาตรฐานกำกับอยู่ เช่น มอก. 11-2553 สำหรับสายไฟ หรือ มอก. 2432-2555 สำหรับเต้าเสียบ ซึ่งคุณสามารถนำหมายเลขเหล่านี้ไปตรวจสอบสถานะได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อยืนยันว่าเป็นมาตรฐานที่ยังคงอยู่หรือไม่
• สินค้าไฟฟ้าส่วนใหญ่ เช่น สายไฟ ปลั๊กไฟ เต้ารับ เบรกเกอร์บางชนิด เป็นสินค้าที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมี มอก. บังคับ หากสินค้าเหล่านี้ไม่มี มอก. คุณต้องหลีกเลี่ยงทันที
ต่อมาตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้า
• บนฉลากสินค้าต้องมีการระบุชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า และที่อยู่ติดต่ออย่างชัดเจน รวมถึงชื่อรุ่นหรือหมายเลขผลิตภัณฑ์ ต้องสะกดถูกต้องตามชื่อแบรนด์ ไม่มีตัวอักษรตกหล่น หรือพิมพ์ผิดเพี้ยนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
• ข้อมูลด้านเทคนิค เช่น แรงดันไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้าสูงสุดที่รองรับ และขนาดของตัวนำ (sq.mm.) ต้องระบุไว้ครบถ้วนและชัดเจน หากรายละเอียดไม่ครบถ้วนหรือไม่สอดคล้องกัน เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเป็นของปลอมสูง
• แบรนด์ที่มีคุณภาพมักจะมีระบบรักษาความปลอดภัย โดยการพิมพ์หมายเลขประจำเครื่อง (Serial Number) หรือมี QR Code สำหรับให้ผู้บริโภคสแกนเพื่อตรวจสอบความแท้จริงผ่านระบบออนไลน์ของบริษัทผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุด
2. ตรวจสอบคุณภาพทางกายภาพ โดยสัมผัสและสังเกตด้วยตัวเอง
หลังจากผ่านการตรวจสอบเอกสารเรื่องการรองรับต่าง ๆ แล้ว ให้เราใช้มือและสายตาในการตรวจสอบคุณภาพของวัสดุจริง ๆ ด้วย โดยเริ่มจากการตรวจสอบสายไฟฟ้า ซึ่งสายไฟเป็นอุปกรณ์ที่ปลอมแปลงได้ง่ายที่สุด ดังนั้นต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ดังนี้
• คุณภาพของฉนวนหุ้ม ต้องมีความหนาตามมาตรฐาน และมีความยืดหยุ่นดี ไม่แข็งกระด้างหรือเปราะแตกง่าย
• ตัวอักษรที่ระบุชนิดสาย ขนาด แรงดัน และ มอก. ต้องพิมพ์ติดแน่น คมชัด และต่อเนื่องตลอดทั้งเส้น ของปลอมมักจะพิมพ์ไม่สม่ำเสมอ หรือบางช่วงเลือนหายไป
• คุณภาพตัวนำทองแดงแท้จะมีสีแดงอมทองสม่ำเสมอ ไม่เป็นเงินหรือเงาอมเทา และจะมีน้ำหนักที่หนักกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับสายไฟปลอมในขนาดเดียวกัน เพราะสายไฟปลอมจะลดปริมาณทองแดงลงเพื่อลดต้นทุนนั่นเอง
ต่อมาคือตรวจสอบเบรกเกอร์ เพราะตัวเบรกเกอร์เป็นอุปกรณ์ป้องกันที่มีความสำคัญสูงสุดของระบบไฟฟ้า ดังนั้นควรตรวจสอบอย่างละเอียด ดังนี้
• วัสดุและกลไก ตัวเรือนภายนอกควรทำจากพลาสติกทนความร้อนคุณภาพสูง ไม่ลามไฟ และมีความแข็งแรงทนทาน
• ลองโยกคันโยกดู ต้องรู้สึกแน่นหนา ไม่โยกคลอน และมีเสียงคลิกที่หนักแน่นและชัดเจน เมื่อเทียบกับของปลอมที่มักจะรู้สึกเบา หลวม และโยกง่าย
• ขั้วต่อสายไฟควรทำจากโลหะคุณภาพดี มีความแข็งแรงทนทานต่อการขันสกรู และมีขนาดที่เหมาะสมเพื่อรองรับการต่อสายไฟได้อย่างแน่นหนา ไม่หลวม
สุดท้ายให้ตรวจสอบเต้ารับ เต้าเสียบและสวิตช์ เพื่อให้แน่ใจว่าการเชื่อมต่อทางไฟฟ้ามีความมั่นคงและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
• เมื่อคุณนำเต้าเสียบมาลองเสียบเข้ากับเต้ารับ ต้องรู้สึกแน่น ไม่หลวม หรือหลุดง่าย หากเสียบแล้วปลั๊กขยับได้ง่าย นั่นหมายความว่ากลไกภายในของเต้ารับนั้นไม่มีคุณภาพและจะทำให้เกิดความร้อนสูงเมื่อใช้งาน
• โลหะที่ใช้ทำจุดสัมผัสภายใน (Contact) ควรเป็นทองเหลืองหรือทองแดงคุณภาพดีที่ทนต่อการเสียบเข้าออกหลายครั้ง ของปลอมมักใช้โลหะผสมราคาถูก ซึ่งจะเกิดความร้อนสูงและเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
• เต้ารับต้องมีระบบม่านนิรภัย (Shutter) ปิดรูปลั๊กเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเล็กนำสิ่งของแหย่เข้าไปได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ขาดไม่ได้เลย
3. ตรวจสอบแหล่งที่มาและราคาสินค้าให้ดี อย่าหลงกลราคาถูกเด็ดขาด
การตรวจสอบสินค้าด้วยตาและมืออาจไม่เพียงพอ หากแหล่งที่มาของสินค้าไม่น่าเชื่อถือ เพราะหลายร้านที่ขายของปลอมก็จะบอกว่าสินค้าเป็นของแท้แน่นอน มีรีวิว ซึ่งรีวิวนั้นก็อาจจะไปเอาของเจ้าอื่น ๆ มาก็ได้เช่นกัน ดังนั้นต้องดูให้ดีด้วย
เริ่มจากการเลือกแหล่งที่มาต้องเลือกซื้อจากร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้
• พยายามเลือกซื้อวัสดุไฟฟ้าจากร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง หรือจากร้านค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจมานานและมีชื่อเสียง
• ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทรสอบถามไปยังบริษัทผู้ผลิตแบรนด์นั้น ๆ โดยตรง เพื่อตรวจสอบว่าร้านค้าที่คุณจะซื้อเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องหรือไม่
• การซื้อสินค้าไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่ระบุแหล่งที่มาชัดเจน มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเจอของปลอม หากราคาถูกกว่าความเป็นจริงมาก ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
และเมื่อดูแหล่งที่มาชัดเจนแล้ว ก็ควรจะพิจารณาจากราคาที่สมเหตุสมผลดังนี้ด้วย
• วัสดุไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยนั้นมีต้นทุนในการผลิตที่สูง ทั้งในด้านวัตถุดิบ และต้นทุนในการควบคุมคุณภาพและขอใบรับรอง มอก.
• หากกำลังเลือกดูสินค้าอยู่ แล้วเจอราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปมากจนผิดสังเกต เช่น ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะเป็นของปลอม หรือเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานที่ผู้ผลิตต้องนำมาขายในราคาต่ำเพื่อระบายออก สินค้าแท้ที่ได้มาตรฐานจะไม่สามารถลดราคาจนต่ำกว่าปกติได้
การลงทุนเพื่อความปลอดภัยคือสิ่งที่ไม่ควรประหยัด
การเลือกซื้อวัสดุไฟฟ้าที่ได้คุณภาพและมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของคุณและครอบครัว รวมถึงเป็นการรักษามูลค่าของทรัพย์สินในบ้านจากความเสี่ยงที่ไม่คาดฝันด้วย ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อวัสดุไฟฟ้า จำเป็นที่จะต้องดูเอกสารเรื่องมาตรฐาน มอก. ให้ชัดเจน สังเกตคุณภาพความแข็งแรงของวัสดุ และซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ ระวังสินค้าราคาถูกเกินจริง เมื่อคุณใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ คุณจะมั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้าในบ้านจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยอย่างแน่นอน
วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการตรวจสอบวัสดุไฟฟ้าอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าสินค้าที่คุณกำลังจะซื้อนั้นเป็นของแท้ ได้มาตรฐาน และปลอดภัยอย่างแน่นอน
มาทำความเข้าใจภัยร้ายที่มาพร้อมกับวัสดุไฟฟ้าปลอมกันก่อน
ก่อนที่เราจะไปดูขั้นตอนการตรวจสอบ เรามาดูกันก่อนว่าวัสดุไฟฟ้าของปลอมเหล่านั้นอันตรายถึงชีวิตและทรัพย์สินของเราแค่ไหน เพื่อให้เราตระหนักถึงความสำคัญในการเลือกซื้อให้มากขึ้น
1. ความเสี่ยงที่นำไปสู่เพลิงไหม้
• สายไฟเป็นส่วนสำคัญของระบบไฟฟ้า แต่ของปลอมมักลดสเปก ใช้ทองแดงคุณภาพต่ำหรือรีไซเคิล ทำให้การนำไฟฟ้าแย่ พอใช้กระแสสูงก็ร้อนสะสมจนฉนวนละลาย เกิดลัดวงจรและเสี่ยงไฟไหม้ได้
• เบรกเกอร์มีหน้าที่ตัดไฟเมื่อเกิดความผิดปกติ แต่เบรกเกอร์ปลอมมักใช้วัสดุไม่ทนทานและกลไกไม่แม่นยำ ทำให้เมื่อลัดวงจรอาจไม่ตัดหรือช้าเกินไป ส่งผลให้กระแสไหลต่อเนื่องและเกิดความเสียหายรุนแรงต่ออุปกรณ์และอาคาร
2. ความเสี่ยงด้านไฟฟ้าช็อตและไฟดูด
• เต้าเสียบปลอมมักใช้พลาสติกเกรดต่ำ ไม่ทนความร้อนและแตกง่าย ทำให้ส่วนที่มีไฟฟ้าเสี่ยงโผล่ออกมาจนเกิดไฟดูดได้ อีกทั้งขั้วสัมผัสมักเป็นโลหะคุณภาพต่ำ ทำให้หลวมง่ายและเกิดประกายไฟหรือความร้อนสะสม
• อุปกรณ์ปลอมมักใช้ฉนวนบางและไม่ผ่านมาตรฐาน ทำให้กระแสไฟรั่วออกมาสัมผัสโครงโลหะได้ง่าย เพิ่มความเสี่ยงไฟฟ้าช็อตอย่างมากเลยล่ะ
วิธีตรวจสอบวัสดุไฟฟ้าว่าเป็นของแท้หรือปลอมกันแน่
เมื่อเราเห็นถึงอันตรายจากการใช้วัสดุไฟฟ้าของปลอมกันแล้ว คราวนี้เรามาดูวิธีการดูและข้อสังเกตว่า สินค้าที่เรากำลังตัดสินใจซื้อเป็นของแท้ที่ได้มาตรฐานหรือว่าเป็นของปลอมกันแน่กันต่อเลย ซึ่งหลัก ๆ ก็สามารถดูได้หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
1. ดูว่าวัสดุไฟฟ้าได้รับมาตรฐาน มอก. และข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือไม่
เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. คือสิ่งแรกและเป็นหัวใจสำคัญที่คุณต้องมองหา เพราะเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยตามมาตรฐานของประเทศไทยแล้ว ดังนั้นควรตรวจสอบให้ละเอียดด้วย
เริ่มจากการดูเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
• ความคมชัดและตำแหน่งของเครื่องหมาย ต้องปรากฏอยู่บนตัวผลิตภัณฑ์ หรือบนบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน ตัวอักษรและสัญลักษณ์ต้องคมชัด ไม่เบลอ ไม่เลือน หรือมีรอยพิมพ์ทับ ของปลอมมักจะพิมพ์ มอก. แบบจาง ๆ หรือใช้วิธีการติดสติกเกอร์ที่ดูไม่น่าเชื่อถือ
• ใต้หรือข้างเครื่องหมาย มอก. จะต้องมีหมายเลขมาตรฐานกำกับอยู่ เช่น มอก. 11-2553 สำหรับสายไฟ หรือ มอก. 2432-2555 สำหรับเต้าเสียบ ซึ่งคุณสามารถนำหมายเลขเหล่านี้ไปตรวจสอบสถานะได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อยืนยันว่าเป็นมาตรฐานที่ยังคงอยู่หรือไม่
• สินค้าไฟฟ้าส่วนใหญ่ เช่น สายไฟ ปลั๊กไฟ เต้ารับ เบรกเกอร์บางชนิด เป็นสินค้าที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมี มอก. บังคับ หากสินค้าเหล่านี้ไม่มี มอก. คุณต้องหลีกเลี่ยงทันที
ต่อมาตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้า
• บนฉลากสินค้าต้องมีการระบุชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า และที่อยู่ติดต่ออย่างชัดเจน รวมถึงชื่อรุ่นหรือหมายเลขผลิตภัณฑ์ ต้องสะกดถูกต้องตามชื่อแบรนด์ ไม่มีตัวอักษรตกหล่น หรือพิมพ์ผิดเพี้ยนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
• ข้อมูลด้านเทคนิค เช่น แรงดันไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้าสูงสุดที่รองรับ และขนาดของตัวนำ (sq.mm.) ต้องระบุไว้ครบถ้วนและชัดเจน หากรายละเอียดไม่ครบถ้วนหรือไม่สอดคล้องกัน เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเป็นของปลอมสูง
• แบรนด์ที่มีคุณภาพมักจะมีระบบรักษาความปลอดภัย โดยการพิมพ์หมายเลขประจำเครื่อง (Serial Number) หรือมี QR Code สำหรับให้ผู้บริโภคสแกนเพื่อตรวจสอบความแท้จริงผ่านระบบออนไลน์ของบริษัทผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุด
2. ตรวจสอบคุณภาพทางกายภาพ โดยสัมผัสและสังเกตด้วยตัวเอง
หลังจากผ่านการตรวจสอบเอกสารเรื่องการรองรับต่าง ๆ แล้ว ให้เราใช้มือและสายตาในการตรวจสอบคุณภาพของวัสดุจริง ๆ ด้วย โดยเริ่มจากการตรวจสอบสายไฟฟ้า ซึ่งสายไฟเป็นอุปกรณ์ที่ปลอมแปลงได้ง่ายที่สุด ดังนั้นต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ดังนี้
• คุณภาพของฉนวนหุ้ม ต้องมีความหนาตามมาตรฐาน และมีความยืดหยุ่นดี ไม่แข็งกระด้างหรือเปราะแตกง่าย
• ตัวอักษรที่ระบุชนิดสาย ขนาด แรงดัน และ มอก. ต้องพิมพ์ติดแน่น คมชัด และต่อเนื่องตลอดทั้งเส้น ของปลอมมักจะพิมพ์ไม่สม่ำเสมอ หรือบางช่วงเลือนหายไป
• คุณภาพตัวนำทองแดงแท้จะมีสีแดงอมทองสม่ำเสมอ ไม่เป็นเงินหรือเงาอมเทา และจะมีน้ำหนักที่หนักกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับสายไฟปลอมในขนาดเดียวกัน เพราะสายไฟปลอมจะลดปริมาณทองแดงลงเพื่อลดต้นทุนนั่นเอง
ต่อมาคือตรวจสอบเบรกเกอร์ เพราะตัวเบรกเกอร์เป็นอุปกรณ์ป้องกันที่มีความสำคัญสูงสุดของระบบไฟฟ้า ดังนั้นควรตรวจสอบอย่างละเอียด ดังนี้
• วัสดุและกลไก ตัวเรือนภายนอกควรทำจากพลาสติกทนความร้อนคุณภาพสูง ไม่ลามไฟ และมีความแข็งแรงทนทาน
• ลองโยกคันโยกดู ต้องรู้สึกแน่นหนา ไม่โยกคลอน และมีเสียงคลิกที่หนักแน่นและชัดเจน เมื่อเทียบกับของปลอมที่มักจะรู้สึกเบา หลวม และโยกง่าย
• ขั้วต่อสายไฟควรทำจากโลหะคุณภาพดี มีความแข็งแรงทนทานต่อการขันสกรู และมีขนาดที่เหมาะสมเพื่อรองรับการต่อสายไฟได้อย่างแน่นหนา ไม่หลวม
สุดท้ายให้ตรวจสอบเต้ารับ เต้าเสียบและสวิตช์ เพื่อให้แน่ใจว่าการเชื่อมต่อทางไฟฟ้ามีความมั่นคงและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
• เมื่อคุณนำเต้าเสียบมาลองเสียบเข้ากับเต้ารับ ต้องรู้สึกแน่น ไม่หลวม หรือหลุดง่าย หากเสียบแล้วปลั๊กขยับได้ง่าย นั่นหมายความว่ากลไกภายในของเต้ารับนั้นไม่มีคุณภาพและจะทำให้เกิดความร้อนสูงเมื่อใช้งาน
• โลหะที่ใช้ทำจุดสัมผัสภายใน (Contact) ควรเป็นทองเหลืองหรือทองแดงคุณภาพดีที่ทนต่อการเสียบเข้าออกหลายครั้ง ของปลอมมักใช้โลหะผสมราคาถูก ซึ่งจะเกิดความร้อนสูงและเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
• เต้ารับต้องมีระบบม่านนิรภัย (Shutter) ปิดรูปลั๊กเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเล็กนำสิ่งของแหย่เข้าไปได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ขาดไม่ได้เลย
3. ตรวจสอบแหล่งที่มาและราคาสินค้าให้ดี อย่าหลงกลราคาถูกเด็ดขาด
การตรวจสอบสินค้าด้วยตาและมืออาจไม่เพียงพอ หากแหล่งที่มาของสินค้าไม่น่าเชื่อถือ เพราะหลายร้านที่ขายของปลอมก็จะบอกว่าสินค้าเป็นของแท้แน่นอน มีรีวิว ซึ่งรีวิวนั้นก็อาจจะไปเอาของเจ้าอื่น ๆ มาก็ได้เช่นกัน ดังนั้นต้องดูให้ดีด้วย
เริ่มจากการเลือกแหล่งที่มาต้องเลือกซื้อจากร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้
• พยายามเลือกซื้อวัสดุไฟฟ้าจากร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง หรือจากร้านค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจมานานและมีชื่อเสียง
• ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทรสอบถามไปยังบริษัทผู้ผลิตแบรนด์นั้น ๆ โดยตรง เพื่อตรวจสอบว่าร้านค้าที่คุณจะซื้อเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องหรือไม่
• การซื้อสินค้าไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่ระบุแหล่งที่มาชัดเจน มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเจอของปลอม หากราคาถูกกว่าความเป็นจริงมาก ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
และเมื่อดูแหล่งที่มาชัดเจนแล้ว ก็ควรจะพิจารณาจากราคาที่สมเหตุสมผลดังนี้ด้วย
• วัสดุไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยนั้นมีต้นทุนในการผลิตที่สูง ทั้งในด้านวัตถุดิบ และต้นทุนในการควบคุมคุณภาพและขอใบรับรอง มอก.
• หากกำลังเลือกดูสินค้าอยู่ แล้วเจอราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปมากจนผิดสังเกต เช่น ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะเป็นของปลอม หรือเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานที่ผู้ผลิตต้องนำมาขายในราคาต่ำเพื่อระบายออก สินค้าแท้ที่ได้มาตรฐานจะไม่สามารถลดราคาจนต่ำกว่าปกติได้
การลงทุนเพื่อความปลอดภัยคือสิ่งที่ไม่ควรประหยัด
การเลือกซื้อวัสดุไฟฟ้าที่ได้คุณภาพและมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของคุณและครอบครัว รวมถึงเป็นการรักษามูลค่าของทรัพย์สินในบ้านจากความเสี่ยงที่ไม่คาดฝันด้วย ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อวัสดุไฟฟ้า จำเป็นที่จะต้องดูเอกสารเรื่องมาตรฐาน มอก. ให้ชัดเจน สังเกตคุณภาพความแข็งแรงของวัสดุ และซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ ระวังสินค้าราคาถูกเกินจริง เมื่อคุณใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ คุณจะมั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้าในบ้านจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยอย่างแน่นอน

